ความอัศจรรย์แห่งมนต์ ๑

ชนทั้งหลายหุงอาหารด้วยไฟใด บรรเทาความหนาวด้วยไฟใด ไฟนั้นก็มาไหม้ตัวเรา ภัยเกิดแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว

บทความ Articles > ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for People
[ 30 ก.ย. 2556 ] - [ : 15000 ]

ความอัศจรรย์แห่งมนต์ ๑

     สิ่งที่เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของคนเรา มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือบุญ เป็นสิ่งที่ทำให้เราสมปรารถนาในทุกสิ่ง เราจะเป็นผู้ที่สมบูรณ์บริบูรณ์ด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และมรรคผลนิพพาน ก็ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่ได้สั่งสมไว้ดีแล้ว การสั่งสมบุญจึงเป็นกิจที่เราจำเป็นต้องทำกันทุกวัน ทุกเวลา และทุกครั้งที่มีโอกาส ให้ทุกลมหายใจเป็นบุญเป็นกุศลล้วนๆ กันทุกคน


* มีวาระพระบาลีใน ปทกุสลมาณวชาดก ความว่า

      

“เยน ภตฺตานิ ปจฺจนฺติ    สีตํ เยน วิหญฺญติ
โส มํ ฑหติ คตฺตานิ      ชาตํ สรณโต ภยํ



     ชนทั้งหลายหุงอาหารด้วยไฟใด บรรเทาความหนาวด้วยไฟใด ไฟนั้นก็มาไหม้ตัวเรา ภัยเกิดแต่ที่พึ่งอาศัยแล้ว”


     สิ่งใดที่ให้ประโยชน์แก่มนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย หากเราใช้สอยสิ่งนั้นด้วยความไม่ระมัดระวัง ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ เหมือนคำกล่าวของพระโพธิสัตว์ ที่ท่านยกตัวอย่างไฟที่เราใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการหุงต้มอาหาร ให้ความอบอุ่น แต่ในประวัติศาสตร์โลกก็ได้บันทึกไว้มากมายที่ไฟได้ทำลายบ้านเมือง เผาป่าให้มอดไหม้เป็นจุล สร้างความเสียหายกับโลกมานับไม่ถ้วนเช่นกัน

 

     เมื่อสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามีผลต่อชีวิต เราต้องใช้สติปัญญาพิจารณาให้ดี ใช้สอยอย่างมีสติ เพื่อเราจะได้ไม่ต้องประสบทุกข์จากสิ่งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสไว้เพราะปรารภถึงทารกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรของกุฎุมพีในนครสาวัตถี อายุเพียง ๗ ขวบเท่านั้น แต่เป็นเด็กอัจฉริยะในยุคนั้นทีเดียว เพราะเป็นเด็กที่ฉลาดในการสังเกตรอยเท้าของผู้คนทั้งหลาย ไม่ว่ารอยเท้าของผู้ใดผ่านเข้ามาในสายตา เด็กน้อยอัจฉริยะสามารถจดจำได้ทุกคน บิดาสังเกตเห็นความพิเศษของบุตรตนเอง จึงทดสอบอยู่หลายครั้ง เช่นวันหนึ่ง บิดาได้ปล่อยเด็กน้อยทิ้งไว้ แล้วได้เดินอ้อมไปยังทิศต่างๆ แล้ววกกลับไปที่วัดพระเชตวัน นั่งฟังธรรมของพระบรมศาสดาอยู่ในท่ามกลางพุทธบริษัท     

 

     เด็กน้อยเมื่อไม่เห็นพ่อของตน จึงเดินตามรอยเท้าของบิดาไปตามทิศต่างๆ จนกระทั่งมาถึงวัดพระเชตวัน เด็กน้อยได้ถวายบังคมพระศาสดาแล้วยืนอยู่ใกล้ๆ บิดา เมื่อบิดาถามว่า “ลูกตามพ่อมาถูกได้อย่างไร” เด็กน้อยก็เล่าวิธีที่ตนเองสะกดรอยเท้าของบิดามา พระพุทธองค์สดับถ้อยคำของสองพ่อลูกจึงตรัสถามว่า “มีอะไรกันหรืออุบาสก” กุฎุมพีจึงเล่าความสามารถพิเศษของบุตรชายตน พระผู้มีพระภาคเจ้าสดับดังนี้แล้ว จึงตรัสว่า “อุบาสก การที่เด็กจำรอยเท้าบนพื้นดินได้นั้น ยังไม่น่าอัศจรรย์เท่าใด บัณฑิตในกาลก่อน สามารถจำรอยเท้าที่หายไปถึง ๑๒ ปีได้” จากนั้นทรงนำอดีตนิทานมาเล่าว่า     

 

     เมื่อครั้งที่พระเจ้าพรหมทัต ราชาแห่งเมืองพาราณสี ทรงมีมเหสีพระนางหนึ่ง มเหสีประพฤตินอกใจและถูกพระราชาจับได้ พระเทวีไม่ยอมรับ พร้อมกับสาบานว่า “หากหม่อมฉันนอกใจพระองค์ ขอให้เกิดเป็นยักษิณีที่มีหน้าเหมือนม้า” หลังจากสิ้นพระชนม์แล้ว พระนางได้ไปเกิดเป็นยักษิณีที่มีหน้าเหมือนม้า อาศัยอยู่ที่เชิงเขาแห่งหนึ่ง คอยจับมนุษย์ที่เดินทางข้ามดงกินเป็นอาหาร และได้ไปดูแลท้าวเวสสวัณอยู่ ๓ ปีจึงได้รับพรให้จับมนุษย์กินได้ในอาณาเขตยาว ๓๐ โยชน์ และกว้าง ๕ โยชน์     

 

     วันหนึ่ง มีพราหมณ์หนุ่มรูปงาม เดินทางข้ามดงพร้อมด้วยเหล่าบริวาร ได้พลัดหลงเข้ามาในเขตของนางยักษิณี ยักษิณีเห็นเช่นนั้นก็ดีใจ รีบวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วเหมือนลม จับพราหมณ์หนุ่มนั้นไว้     

 

     ครั้นได้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลางดงามของพราหมณ์หนุ่ม ก็เกิดความรักใคร่ในพราหมณ์ จึงนำไปอยู่ด้วยกันในถ้ำ เมื่อยักษิณีออกไปหาอาหารก็จะใช้หินก้อนใหญ่ปิดปากถ้ำไว้ ทั้งสองได้อยู่ร่วมกัน ต่อมาพระโพธิสัตว์ได้ถือปฏิสนธิในครรภ์ของนางยักษิณี ทารกน้อยมีรูปร่างหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู นางได้ให้บุตรอยู่ในถ้ำกับบิดา เมื่อเติบใหญ่ขึ้น พระโพธิสัตว์สังเกตเห็นว่า ใบหน้าของพ่อไม่เหมือนแม่ผู้ให้กำเนิดเลย จึงถามเรื่องราวทั้งหมดกับบิดา เมื่อรู้ความจริง พระโพธิ์สัตว์สงสารบิดาที่ต้องมาอยู่แต่ในถ้ำเป็นเวลานาน ทันทีที่แม่ออกไปหาอาหาร จึงใช้กำลังของตนผลักหินที่ปิดปากถ้ำ แล้วพาบิดาหนี แต่ก็ถูกแม่ยักษ์นำกลับมาอีกถึง ๒ ครั้ง ครั้งที่สาม พระโพธิสัตว์จึงถามแม่ว่า “แม่ ธรรมดาว่าถิ่นของแม่ก็เป็นเหมือนถิ่นของลูก

 

     วันหนึ่ง มารดาผู้เป็นยักษิณีออกไปหาอาหาร พระโพธิสัตว์รีบนำบิดาขึ้นคอ แล้ววิ่งไปด้วยความเร็ว เพื่อออกไปให้พ้นอาณาเขตของมารดา จนกระทั่งข้ามแม่น้ำที่เป็นแนวเขตได้ ขณะกำลังยืนอยู่กลางแม่น้ำ มารดาผู้เป็นยักษ์กลับจากหาอาหาร ไม่พบสามีและบุตร จึงวิ่งตามมาด้วยความเร็ว เห็นคนทั้งสองอยู่กลางแม่น้ำ แต่ตนเองลงไปไม่ได้เพราะล่วงเขตไปแล้ว จึงยืนอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำ พลางพูดอ้อนวอนว่า “ลูกรัก เจ้าอย่าทำอย่างนี้เลย พาพ่อเจ้ากลับมาเถิด” พระโพธิสัตว์ตอบว่า “แม่ ที่ลูกทำเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าลูกไม่รักแม่นะ แต่ลูกปรารถนาที่จะกลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ทั้งหลาย ขอแม่อย่าเป็นกังวลเลย เมื่อมีโอกาสลูกจะกลับมาเยี่ยมแม่”       

 

     ไม่ว่านางยักษิณีจะอ้อนวอนเพียงไรก็ตามก็ไม่อาจทำให้สองพ่อลูกเปลี่ยนใจได้ แม่จึงกล่าวกับลูกว่า “ลูกรัก การไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมนุษย์นั้น หากไม่มีความรู้ก็ยากจะเอาตัวรอดได้ แม่จะสอนมนต์บทหนึ่งให้เจ้า มนต์บทนี้ชื่อ จินดามณี สามารถติดตามรอยเท้าของผู้ที่หายไปถึง ๑๒ ปีได้” และได้ให้พระโพธิสัตว์เรียนมนต์ หลังจากสอนมนต์ให้ลูกรักแล้ว นางก็กล่าวว่า “เมื่อไม่มีลูก และพ่อของเจ้า แม่ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้” กล่าวจบก็ทุบอกตนเองจนตายตรงริมฝั่งแม่น้ำนั่นเอง พระโพธิสัตว์และบิดาพากันร้องไห้เสียใจที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ หลังจากเผานางยักษิณีแล้ว ทั้งสองเดินทางเข้าสู่เมืองพาราณสี     

 

     เมื่อเข้าไปในเมืองแล้ว บิดาพาพระโพธิสัตว์ไปสมัครรับราชการกับพระราชาพร้อมกราบทูลถึงความสามารถพิเศษ ที่บุตรมีวิชาสังเกตรอยเท้า เนื่องจากสมัยนั้น โจรชุกชุมมาก การปราบปรามโจรไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นปัญหาใหญ่ของราชสำนัก พระราชารู้ว่า มีบุคคลที่มีความสามารถพิเศษเช่นนั้น ทรงดีพระทัย รับสั่งให้เข้าเฝ้าและอนุญาตให้รับราชการ โดยพระราชทานทรัพย์วันละหนึ่งพัน แล้วให้อยู่แผนกตามจับเหล่าโจร ตั้งแต่นั้นมาพระโพธิสัตว์ได้รับราชการอยู่ในราชสำนัก แต่เนื่องจากเพิ่งจะเข้ามาใหม่ จึงยังไม่มีคดีที่ต้องสะสาง ฝ่ายปุโรหิตเมื่อเห็นพระโพธิสัตว์รับทรัพย์มากมาย โดยยังไม่ได้แสดงผลงานใดๆ จึงทูลพระราชาให้ทดสอบความสามารถของพระโพธิสัตว์ พระราชาก็ทรงปรารถนาเช่นนั้น จึงวางแผนกับปุโรหิตเพื่อทดสอบพระโพธิสัตว์ ส่วนพระโพธิสัตว์ถูกทดสอบอย่างไรนั้น เราจะมาศึกษากันในครั้งต่อไป

    

     เราจะเห็นว่า ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ย่อมเป็นที่ต้องการ และมักถูกทดสอบอยู่บ่อยๆ ดังนั้น เราจะต้องฝึกตัวของเราให้ดี หน้าที่ของเราก็ควรทำให้พร้อมในทุกๆ เรื่อง เราจะได้แก้ไขปัญหาทั้งหลายให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยเฉพาะการที่เราจะต้องทำหน้าที่กัลยาณมิตร ชักชวนให้ทุกๆ คนมาสู่เส้นทางการสร้างบารมีนั้น ยิ่งจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับทุกสถานการณ์ หากเรามีความพร้อมเราก็จะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ทำหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจ และมีความสุขกันทุกๆ คน

 

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี

นามเดิม พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  
 
* มก. เล่ม ๕๙ หน้า ๖๕๙
 

     
Tag : เทศนา  พระโพธิสัตว์  พระราชภาวนาวิสุทธิ์  ปัญหา  ปัญญา  บุญ  บารมี  บริวาร  นิทาน  ทุกข์  ชาดก  กัลยาณมิตร  dhamma  

พิมพ์บทความนี้










   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

พระศรีอริยเมตไตรย์
พระศรีอริยเมตไตรย์

พุทธประวัติ
ภาพพุทธประวัติ


ธรรมะเพื่อประชาชน

ดอกไม้บาน

ทอดผ้าป่าเขาแก้วเสด็จทุกวันเสาร์

Peace Photo
ภาพแห่งการสร้างบารมีเพื่อสันติภาพโลก

Meditation and Peace

อยู่ในบุญ

ปฏิทินบุญ

Free Wallpaper Download

Free Ecards

ตักบาตร