ดำรงตนบนหนทางสู่สวรรค์

มารดาบิดา หรือว่าญาติเหล่าอื่น ไม่พึงทำเหตุนั้นให้ได้ แต่จิตอันตั้งไว้ชอบแล้ว พึงทำเขาให้ประเสริฐกว่าเหตุนั้น

บทความ Articles > ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for People
[ 8 ต.ค. 2556 ] - [ : 17748 ]

ดำรงตนบนหนทางสู่สวรรค์

     เราเกิดมาภพชาติหนึ่ง เพื่อแสวงหาพระรัตนตรัยหรือต้องการเข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นกายที่คงที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุข ที่เป็นสุขล้วนๆ และเป็นตัวตนที่แท้จริง ธรรมกายนี้เป็นธรรมขันธ์ มีความสะอาดบริสุทธิ์ล้วนๆ ส่วนขันธ์ ๕ หรือร่างกายของเรา เป็นสิ่งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นทุกข์ ไม่อาจจะทนอยู่ในสภาพเดิมได้ เพราะไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ต้องคอยดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา  ดังนั้น การแสวงหาพระธรรมกายจึงเป็นการแสวงหาของจริง ซึ่งเป็นเป้าหมายอันสูงสุดของมวลมนุษยชาติ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบทว่า

“น ตํ มาตา ปิตา กยิรา  อญฺเญ วาปิ จ ญาตกา

สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตํ     เสยฺยโส นํ ตโต กเร

     มารดาบิดา หรือว่าญาติเหล่าอื่น ไม่พึงทำเหตุนั้นให้ได้ แต่จิตอันตั้งไว้ชอบแล้ว พึงทำเขาให้ประเสริฐกว่าเหตุนั้น”

     การสั่งสมบุญเป็นเหตุนำสุขมาให้ เป็นเรื่องเฉพาะตน ใครทำคนนั้นก็ได้ จะทำแทนกันไม่ได้ เหมือนกินข้าว ใครกินคนนั้นก็อิ่ม พ่อแม่หรือหมู่ญาติพี่น้อง ก็ช่วยเหลือได้เพียงให้คำแนะนำที่ดีๆ หากเราปรารถนาความสุขและความสำเร็จ ก็ต้องขยันหมั่นเพียรทุ่มเทแรงกายแรงใจให้เต็มที่ ไม่เกียจคร้าน ไม่มีข้อแม้ข้ออ้างที่ทำให้เราประมาท ถ้าอยากมีความสุขบนสวรรค์ก็ต้องประกอบเหตุในเมืองมนุษย์ หมู่ญาติเพื่อนพ้องทำแทนให้ไม่ได้ มีเพียงจิตที่ตั้งไว้ดีแล้วบนเส้นทางบุญกุศลเท่านั้นที่ช่วยเราได้ แล้วมุ่งมั่นสั่งสมบุญอยู่เป็นนิตย์ บุญนั้นย่อมส่งผลให้เราสมปรารถนาในทุกสิ่ง

     * ในยุคที่พระพุทธศาสนายังไม่บังเกิดขึ้น มีมาณพหนุ่มชื่อมฆมาณพ ท่านมีอัธยาศัยที่งดงาม ชอบสร้างรมณียสถานให้กับคนทั้งหลาย เพราะเป็นสถานที่เป็นที่รักที่ชอบใจของทุกคน เพราะฉะนั้น เวลาไปไหน ท่านจะถือจอบเสียมไปด้วย แล้วทำพื้นที่บริเวณต่างๆ ให้ราบเรียบ

     ต่อมาเพื่อนอีก ๓๒ คน เห็นมฆมาณพตั้งใจทำสิ่งที่ดี เพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม จึงมาร่วมอุดมการณ์ ช่วยกันสร้างหนทางไปสู่สวรรค์ บางครั้งฝ่ายบ้านเมืองมองไม่เห็นความดี ถูกกลั่นแกล้งถึงขนาดเอาชีวิตเลยทีเดียว แต่ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างความดี จึงทำให้สามารถรอดพ้นจากภยันตรายมาได้ แล้วยังได้รับการสนับสนุนจากพระราชา ให้ทำสิ่งที่ดีนี้ต่อไป สหายทั้ง ๓๓ คนได้ปรึกษากันว่า จะสร้างศาลาเป็นที่พักถาวรสำหรับมหาชนตรงทางสี่แยก จึงสั่งให้หาช่างมา แล้วเริ่มสร้างศาลาหลังใหญ่

     มฆมาณพมีภรรยา ๔ คน คือ นางสุชาดา นางสุธรรมา นางสุจิตราและนางสุนันทา นางสุธรรมาอยากมีส่วนบุญในการสร้างศาลาหลังใหญ่นั้น จึงจ้างช่างไม้ให้ทำช่อฟ้าอย่างดี ให้นำไปติดตั้งไว้บนศาลา พร้อมกับให้เขียนป้ายว่า ศาลาสุธรรมา ศาลาหลังนี้มี ๓ ส่วน คือ ส่วนหนึ่งทำเป็นที่พักของผู้หลักผู้ใหญ่ ส่วนหนึ่งสำหรับพวกคนยากคนจน อีกส่วนหนึ่งสำหรับคนเจ็บป่วย

     นางสุนันทาอยากได้บุญบ้าง จึงให้ขุดสระบัวไว้ใกล้ๆ ใครมาเยือนศาลาหลังนี้ก็สามารถลงไปอาบได้ตามชอบใจ นางสุจิตราให้ปลูกพุ่มไม้ดอกไม้ประดับ และไม้หอมนานาพันธุ์ ทุกคนที่มาพักศาลาแห่งนี้ต่างอดไม่ได้ที่จะต้องไปเดินเที่ยวในสวนนี้ ส่วนนางสุชาดากลับคิดว่า บุญใดที่สามีของเราได้ทำไว้ ก็เหมือนนางเป็นคนสร้างด้วย จึงเอาแต่เที่ยวส่องกระจกตกแต่งประดับประดาร่างกายเท่านั้น

     เมื่อมฆมาณพละจากมนุษยโลก ได้ไปบังเกิดเป็นท้าวสักกะบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อนบ้านทั้ง ๓๒ คน เป็นเทพบุตร เกิดในสำนักของท้าวสักกะ ปราสาทชื่อไพชยนต์ของท้าวสักกะผุดขึ้นสูงตั้งเจ็ดร้อยโยชน์ ด้วยผลแห่งไม้ช่อฟ้าของนางสุธรรมา จึงบังเกิดเทวสภา ชื่อสุธรรมา กว้างสามร้อยโยชน์ ด้วยผลแห่งสระบัวของนางสุนันทา เกิดสระบัวชื่อนันทากว้างห้าสิบโยชน์ และด้วยผลแห่งสวนพุ่มไม้ดอกไม้ประดับของนางสุจิตราเกิดอุทยานชื่อจิตรลดาวันกว้างหกสิบโยชน์

     ท้าวสักกะทรงตรวจดูมหาสมบัติ ทรงเห็นเทพธิดาทั้ง ๓ เท่านั้น แต่ไม่เห็นนางสุชาดา จึงตรวจดูด้วยทิพยจักษุ ทรงรู้ว่านางไปเกิดเป็นนางนกกระยาง เพราะไม่ยอมทำบุญกุศลใดๆ ไว้ พระอินทร์จึงเสด็จลงจากเทวโลกไปหานางนกกระยาง พร้อมกับตรัสบอกว่า “สุชาดาเอ๋ย เพราะเจ้าไม่ทำตามคำของเรา ที่ชักชวนให้สั่งสมบุญกุศลไว้ มัวแต่แต่งเนื้อแต่งตัว จงมาดูสมบัติของพวกเราบนสวรรค์เถิด” จากนั้นได้พานางไปเทวโลกด้วยฤทธานุภาพ ทรงปล่อยนางนกกระยางที่สระบัวชื่อนันทา ให้นกกระยางดูสมบัติอันเป็นทิพย์ ซึ่งบังเกิดขึ้นด้วยบุญญานุภาพ ที่ทำไว้ครั้งเมื่อยังเป็นมนุษย์นั่นเอง

     จากนั้นพระองค์ทรงนำนางไปปล่อยในหนองน้ำตามเดิม พลางตรัสว่า “ขอให้เธอรักษาศีลยิ่งชีวิต ถ้าทำได้ เธอจะได้เป็นใหญ่กว่าเหล่าเทพนารีทั้งหมดในดาวดึงส์” นางรับปากว่าจะรักษาศีล ๕ ให้ได้  ครั้นล่วงไปได้สองสามวัน ท้าวสักกะทรงคิดว่า นางรักษาศีลให้บริสุทธิ์ได้หรือไม่ จึงแปลงเป็นปลาใกล้ตาย นอนหงายท้องลอยน้ำมาตรงหน้านาง นางคิดว่า คงเป็นปลาตาย จึงคาบเอาที่หัว เมื่อเห็นปลากระดิกหาง ก็รู้ว่ายังไม่ตาย จึงปล่อยลงน้ำไป ท้าวสักกะทรงทดลองอยู่หลายครั้ง จนมั่นใจว่า นางตั้งใจรักษาศีลตามที่ทรงแนะนำ จึงประทับยืนในอากาศอนุโมทนากับนาง แล้วอันตรธานหายไป

     เนื่องจากเป็นสัตว์เดียรัจฉาน กว่าจะหาปลาตายสักตัวได้นั้น สุดแสนจะยากลำบากสำหรับนาง แต่อาศัยกำลังใจที่สูงส่ง นางจึงไม่ยอมละเมิดศีล เมื่อละจากอัตภาพนั้น บุญที่เกิดจากการรักษาศีล ส่งผลให้นางไปบังเกิดเป็นลูกสาวช่างหม้อ เมื่อท้าวสักกะรู้ว่านางได้เป็นมนุษย์แล้ว จึงแปลงเป็นชายแก่เอาฟักทองคำบรรทุกใส่ยานพาหนะไปจนเต็ม พลางป่าวประกาศว่า “พวกท่านทั้งหลายจงมารับเอาฟักทองคำนี้เถิด แต่เราจะให้เฉพาะผู้รักษาศีลเท่านั้น”

     ไม่มีชาวบ้านคนใดรักษาศีล ๕ ได้บริบูรณ์ จึงไม่มีผู้ใดรับเอาฟักทองคำกลับบ้านได้ มีเพียงสาวน้อยนั้นที่กล้าเอ่ยปากว่า ตนรักษาศีล ๕ ได้บริสุทธิ์ ชายแก่จึงมอบฟักทองคำให้นางพร้อมกับแนะนำให้หมั่นสั่งสมบุญให้ยิ่งๆ ขึ้นไป จากนั้น พระองค์ได้เสด็จจากไป สาวน้อยเมื่อจุติจากอัตภาพนั้นแล้วก็ได้ไปบังเกิดเป็นธิดาของท้าวเวปจิตติจอมอสูร

     ท้าวเวปจิตติคิดว่า จะทำวิวาหมงคลแก่ลูกสาว จึงให้พวกอสูรประชุมกัน ฝ่ายท้าวสักกะทรงตรวจดูว่า นางสุชาดาไปเกิดที่ไหน ทรงเห็นว่า เกิดในภพอสูรซึ่งเป็นคู่ปรปักษ์ศัตรูกับพระองค์ จึงหากุศโลบายที่จะนำนางมาเสวยทิพยสมบัติในดาวดึงส์ให้ได้ เมื่อรู้ว่า บัดนี้เป็นเวลาที่ธิดาของจอมอสูรจะเลือกคู่ พระองค์เห็นเป็นโอกาสดี จึงทรงแปลงกายเป็นอสูรแก่ประทับยืนท่ามกลางพวกอสูร โดยไม่มีใครสังเกตออก เพราะในมหาสมาคมนี้มีอสูรผู้มีฤทธิ์มีเดชมาชุมนุมกันมากมาย

     นางตรวจดูรู้ว่าเป็นท้าวสักกะแปลงมา เกิดความรักเพราะเคยอยู่ร่วมกันมาแต่ปางก่อน จึงเหวี่ยงพวงมาลัยไปคล้องคอท้าวสักกะ เมื่อท้าวสักกะเห็นว่านางเลือกพระองค์แล้ว จึงรีบจับแขนนางเหาะกลับขึ้นสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทันที ทรงตั้งนางไว้ในตำแหน่งหัวหน้านางฟ้อน ๒๕ โกฏิ ความปรารถนาตั้งแต่ครั้งเป็นนางนกกระยาง ก็กลายเป็นความจริงด้วยอานิสงส์ที่ตั้งตนไว้ชอบ คือรักษาศีลได้อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์นี่เอง

     จากเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่าการตั้งตนไว้ชอบเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เป็นขั้นแรกในการสร้างความสุข และความสำเร็จให้กับตนเองทั้งทางโลกและทางธรรม จะไปสวรรค์หรือนิพพานก็ต้องเริ่มจากการความตั้งใจที่ดีนี่แหละ เมื่อตั้งใจไว้ดีแล้ว ก็ต้องทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อมุ่งไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ผู้ที่รักความเจริญก้าวหน้า จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ให้ถูกต้องก่อน จากนั้นต้องพากเพียรพยายามเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายนั้น พวกเราทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน เราตั้งใจไว้ว่าจะสร้างบารมีกันเป็นทีม เพื่อมุ่งไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ขอให้รักษามโนปณิธานอันยิ่งใหญ่นี้ไว้ให้ดี ด้วยการเร่งรีบสั่งสมบุญอย่างเต็มที่กันทุกคน


พระธรรมเทศนาโดย: หลวงพ่อธัมมชโย (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  
 
* มก. เล่ม ๔๐ หน้า ๓๕๙
 

     
Tag : เทศนา  เจ็บป่วย  อานิสงส์  หลวงพ่อ  สุชาดา  สวรรค์  ภพชาติ  พระพุทธศาสนา  บุญ  บารมี  ธัมมชโย  ธรรมกาย  ทุกข์  ท้าวสักกะ  คนจน  dhamma  

พิมพ์บทความนี้









   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

พระศรีอริยเมตไตรย์
พระศรีอริยเมตไตรย์

พุทธประวัติ
ภาพพุทธประวัติ


ธรรมะเพื่อประชาชน

ดอกไม้บาน

ทอดผ้าป่าเขาแก้วเสด็จทุกวันเสาร์

Peace Photo
ภาพแห่งการสร้างบารมีเพื่อสันติภาพโลก

Meditation and Peace

อยู่ในบุญ

ปฏิทินบุญ

Free Wallpaper Download

Free Ecards

ตักบาตร