ผลแห่งการยึดมั่นในพระรัตนตรัย

ภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์อยู่อย่างนี้ ความกลัว ความครั่นคร้าม ความขนพองสยองเกล้า จักไม่มี

บทความ Articles > ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for People
[ 20 พ.ค. 2557 ] - [ : 18782 ]

ผลแห่งการยึดมั่นในพระรัตนตรัย

     ชีวิตของเราในปัจจุบัน เหมือนก้าวเข้าไปสู่สมรภูมิรบ เป็นสมรภูมิชีวิตที่มีแต่การต่อสู้กับกิเลสอาสวะ ซึ่งผู้พ่ายแพ้และผู้ชนะเป็นคนคนเดียวกัน ก็คือตัวเรา ไม่มีคู่ต่อสู้ที่ไหนที่เอาชนะยากที่สุดเท่ากับตัวของเราเอง การเอาชนะใจตนเองให้ได้นั้นมิใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับยอดนักสร้างบารมีอย่างพวกเรา เพราะเรามีเป้าหมายที่จะเข้าถึงความสุขภายใน ที่เป็นที่พึ่งที่ระลึกของพวกเราอย่างแท้จริง คือพระธรรมกาย ซึ่งจะทำให้เราพบแต่ความสุขความสำเร็จในชีวิตที่สมบูรณ์

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ธชัคคสูตร ว่า

เอวํ พุทฺธํ สรนฺตานํ    ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ภิกฺขโว
   ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา   โลมหํโส น เหสฺสติ     

     ภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์อยู่อย่างนี้ ความกลัว ความครั่นคร้าม ความขนพองสยองเกล้า จักไม่มี

     พญาช้างศึกก่อนที่จะเข้าสู่สมรภูมิรบ ควาญช้างจะต้องฝึกฝนให้ช้างนั้นรู้จักการต่อสู้ รู้จักการหลบหลีก และรู้จักการยาตราทัพให้ชำนาญ พญาช้างจะต้องฝึกความอดทนอย่างยิ่งยวด ไม่ว่าจะเป็นความอดทนต่อการรับคำสั่ง รวมถึงสิ่งที่จะมารังควานนขณะออกรบ เพราะเมื่อใดก็ตาม ที่พญาช้างเกิดความหงุดหงิดใจกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น แมลงหวี่ แมลงวันที่มาไต่ตอมแล้วเกิดความรำคาญ จนกระทั่งลืมหน้าที่หลักของตนเอง ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายควาญช้าง เมื่อออกสู่สมรภูมิรบ ก็จะต้องพ่ายแพ้ปราชัยกลับมา

     เหมือนกับใจของเรา ที่ยังไม่ได้ฝึกฝนให้มีความมั่นคง เมื่อมีสิ่งใดมากระทบ ก็พลอยทำให้กระเทือนเข้าไปถึงใจ เป็นเหตุให้ไม่มีความสุข เป็นทุกข์ร้อนตลอดเวลา การหมั่นฝึกใจให้หยุดนิ่งด้วยการตรึกระลึกถึงพระรัตนตรัย อันเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด ซึ่งมีอานุภาพไม่มีประมาณ มีพระรัตนตรัยเป็นอารมณ์ตลอดเวลา ใจของเราจะหนักแน่นมั่นคง เกาะเกี่ยวอยู่ที่ศูนย์กลางกาย แล้วจะเป็นใจที่มีอานุภาพ ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งอื่นที่จะมารบกวน เหมือนพญาช้างศึกที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี ไม่หวั่นไหวต่อข้าศึกทั้งปวง

     มีตัวอย่างของบุคคลมากมาย ที่ยึดพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งอันสูงสุด แล้วได้ประสบกับอานุภาพที่เกินควรเกินคาด บางท่านพบเห็นความอัศจรรย์จนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา 

     * เหมือนในสมัยพุทธกาล มีอุบาสกท่านหนึ่งเป็นผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก ท่านมาที่วัดพระเชตวันมหาวิหารเป็นประจำ แม้ว่าจะต้องประกอบสัมมาอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว ก็ไม่ได้นำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นอุปสรรค

     เมื่อถึงคราวทุกข์ยากลำบาก ก็เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ยังคงมุ่งมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมเรื่อยไป แม้ระยะทางจากบ้านจนถึงพระวิหาร จะอยู่ห่างไกลกันมาก แต่ท่านก็ไม่ได้เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย มุ่งมั่นที่จะเดินทางมาฟังธรรมจากพระองค์ จนกระทั่งสามารถนำใจมาไว้ที่ศูนย์กลางกายได้ตลอดเวลา ไม่นานอุบาสกแก้วท่านนั้นก็เข้าถึงพระธรรมกาย ภายนอกเป็นอุบาสกถือศีล ๕ แต่ภายในมีพระธรรมกายที่สว่างไสว

     เย็นวันหนึ่ง ขณะที่อุบาสกท่านนี้กำลังเดินทางไปที่พระเชตวันมหาวิหาร ไปถึงฝั่งแม่น้ำอจิรวดี ไม่มีเรือส่งข้ามฟากแม่น้ำ ท่านจึงนั่งลงที่ริมฝั่ง และทำสมาธิ(Meditation)ภาวนา มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์จนกระทั่งกายเบาเท่ากับใจ เมื่อทำให้มั่นคงดีแล้วก็เดินก้าวลงสู่แม่น้ำ เหมือนเดินไปบนแผ่นดิน เพราะอำนาจสมาธิที่มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ ทำให้ไม่จมน้ำ ครั้นสมาธิอ่อนลง เท้าเริ่มจะจมน้ำ อุบาสกก็ประคองจิตมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ให้มั่น แล้วเดินต่อไป จนกระทั่งข้ามฝั่งได้สำเร็จ

     เมื่อไปถึงวัดแล้ว พระบรมศาสดาได้ปฏิสันถารกับอุบาสกแก้วท่านนี้ว่า “อุบาสก วันนี้ดูท่านเบิกบานผ่องใสกว่าปกติ ดูราวกับว่าไม่ได้เดินทางมาไกลเลย” อุบาสกได้กราบทูลว่า “ข้าพระองค์มีความปีติ ยึดเอาพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ จึงได้ที่พึ่ง เดินบนผิวน้ำได้คล้ายกับเดินบนแผ่นดิน” พระศาสดาทรงอนุโมทนาพร้อมกับรับสั่งว่า "มิใช่ท่านเท่านั้น ที่ระลึกถึงพระพุทธคุณแล้วได้ที่พึ่ง สมัยก่อนก็มีอุบาสกผู้ระลึกถึงพระพุทธคุณเป็นที่พึ่ง แม้เรืออับปางกลางมหาสมุทรก็รอดพ้นมาได้เช่นกัน"

     แล้วพระพุทธองค์ก็ตรัสเล่าให้ฟังว่า ในศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า มีอุบาสกท่านหนึ่งเป็นผู้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม จนกระทั่งกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ เข้าถึงกายธรรมโสดาบันเป็นอริยสาวก วันหนึ่งท่านได้โดยสารเรือไปกับช่างกัลบกคนหนึ่ง ซึ่งภรรยาของช่างกัลบกได้ฝากฝังกับอุบาสกท่านนี้ ก่อนออกเดินทางว่า “ขอให้ช่วยดูแลสามีของดิฉัน ให้ปลอดจากภยันตรายทุกชนิดด้วย”

     ครั้นเรืออับปางลงกลางมหาสมุทร ผู้โดยสารในเรือต่างก็จมน้ำกระจัดกระจายกันไปหมด อุบาสกผู้เป็นพระโสดาบันกับช่างกัลบก ได้เกาะแผ่นกระดานลอยมาถึงเกาะร้างแห่งหนึ่ง ที่ไม่มีใครอาศัยอยู่แถบนั้นเลย ด้วยความหิวที่ไม่ได้ทานอาหารมาหลายวัน ช่างกัลบกจึงจับนกมาปิ้งกิน และแบ่งให้อุบาสกด้วย

     แต่อุบาสกเป็นผู้มีศีล จึงไม่ยอมทานแม้ไม่มีอาหาร อดอยากปางตายท่านก็ไม่ละเลยที่จะยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ได้นั่งทำภาวนาระลึกนึกถึงคุณของพระรัตนตรัย ด้วยอานุภาพอันไม่มีประมาณของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์  เหล่าเทวดาที่รักษาประจำมหาสมุทรนั้น ก็เกิดเมตตาจิตในอุบาสก จึงมอบหมายให้พญานาค เนรมิตร่างให้เป็นเรือลำใหญ่ ที่เต็มไปด้วยรัตนะ ๗ ประการ เสากระโดงทั้ง ๓ เป็นแก้วมณีสีอินทนิล ใบเรือเป็นทองคำ เชือกทำด้วยเงิน ส่องแสงระยิบระยับงดงามอยู่ริมมหาสมุทร โดยมีเทวดาประจำมหาสมุทรแปลงเป็นต้นหนเรือ  

     เทวดายืนอยู่บนเรือแล้วประกาศว่า มีผู้ใดจะไปชมพูทวีปบ้างไหม อุบาสกได้ตอบว่าจะขอไปด้วย เทวดาจึงเชื้อเชิญให้ขึ้นเรือ แต่พอช่างกัลบกจะขอขึ้นด้วย เทวดากลับไม่อนุญาต พร้อมกับบอกว่า “เขาไม่มีบุญพอ ที่จะได้ใช้เรือวิเศษลำนี้ เรือนี้จึงเหมาะแก่ท่านผู้เดียว” อุบาสกเป็นคนมีเมตตา จึงได้อธิษฐานจิตว่า “ขออานุภาพบุญที่ข้าพเจ้าทำมาทั้งหมดนี้ จงบังเกิดมีแก่ช่างกัลบกด้วยเถิด” แล้วก็ร้องบอกให้ช่างกัลบกให้รับทราบ

     ช่างกัลบกจึงกล่าวอนุโมทนาสาธุการ เมื่อได้บุญจากการอนุโมทนาแล้ว เทวดาประจำมหาสมุทรก็ใช้เทวฤทธิ์อุ้มอุบาสกและช่างกัลบกขึ้นบนเรือ แล้วพามาส่งจนถึงกรุงพาราณสีด้วยความปลอดภัย นอกจากนี้ เทวดายังได้มอบทรัพย์สมบัติให้ทั้ง ๒ คนอีกด้วย ช่างกัลบกเมื่อเห็นอานุภาพของพระรัตนตรัยและบุญอย่างนั้นแล้ว ก็กลับตัวกลับใจตั้งใจทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนามิได้ขาด เมื่อละจากภพนั้น ทำให้ได้ไปสู่สุคติภูมิ

     นี่ก็เป็นความอัศจรรย์ที่บังเกิดขึ้น เพราะใจที่มั่นคงในพระรัตนตรัย ทำให้ได้รับอานิสงส์ใหญ่ ในยามมีทุกข์ท่านก็ช่วยให้พ้นทุกข์ เมื่อสุขแล้วท่านยังช่วยให้เรามีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไปอีก พระรัตนตรัยจึงเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของทุกคน และท่านก็อยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคนในโลก ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนาหรือเผ่าพันธุ์ใดก็ตาม สิ่งนี้มีอยู่ในตัวอยู่แล้ว เข้าถึงได้เมื่อไรก็มีความสุข มีความบริสุทธิ์ทับทวีเพิ่มมากขึ้น ความรู้แจ้งก็บังเกิดขึ้น จิตใจจะเบิกบานเป็นปกติราวกับผู้นิรทุกข์ จะมีมหากรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย

     เพราะฉะนั้น เราควรทุ่มเทชีวิตจิตใจในการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ให้เวลาผ่านไปอย่างมีคุณค่า เปี่ยมไปด้วยบุญญาบารมี การปฏิบัติธรรมเป็นกรณียกิจที่เราจะต้องทำอย่างแท้จริง เพราะเราเกิดมาเพื่อสร้างบารมีอย่างเดียว จำเป็นต้องนั่งสมาธิให้เข้าถึงพระธรรมกายภายในให้ได้ จะได้เกิดคลื่นแห่งความบริสุทธิ์ แผ่ขยายออกไปจากศูนย์กลางกายของเราอย่างนุ่มนวล ไปยังมวลมนุษยชาติ เพื่อกลั่นกาย วาจา ใจ ของสรรพสัตว์ทั้งหลายให้บริสุทธิ์ ให้เกิดกระแสที่ดีงาม และสิ่งที่ดีขึ้นมาในโลก แล้วสันติภาพของโลกที่เราปรารถนาก็จะได้สมหวัง ดังนั้นให้ตั้งใจปฏิบัติธรรมกันอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน

 

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี

นามเดิม พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  
 
* มก. เล่ม ๕๗ หน้า ๒๑๙

     
Tag : เทศนา  เทวดา  อานิสงส์  สาธุ  สันติภาพ  สมาธิ  ศรัทธา  พระราชภาวนาวิสุทธิ์  พระพุทธเจ้า  พระพุทธศาสนา  พญานาค  ปฏิบัติธรรม  บุญ  บารมี  ธรรมกาย  ทุกข์  ทำทาน  ครอบครัว  dhamma  

พิมพ์บทความนี้





วันทอดกฐิน วัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

พระศรีอริยเมตไตรย์
พระศรีอริยเมตไตรย์

พุทธประวัติ
ภาพพุทธประวัติ


ธรรมะเพื่อประชาชน

ดอกไม้บาน

ทอดผ้าป่าเขาแก้วเสด็จทุกวันเสาร์

Peace Photo
ภาพแห่งการสร้างบารมีเพื่อสันติภาพโลก

Meditation and Peace

อยู่ในบุญ

ปฏิทินบุญ

Free Wallpaper Download

Free Ecards

ตักบาตร