มหาเศรษฐีกากวฬิยะ

ภิกษุทั้งหลาย บาปกรรมแม้ประมาณน้อยที่บุคคลบางคนทำแล้ว บาปกรรมนั้น ย่อมนำเขาไปนรกได้ บาปกรรมประมาณน้อยอย่างเดียวกันนั้น บางคนทำแล้ว กรรมนั้นเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรมที่ให้ผลในภพปัจจุบัน

บทความ Articles > ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for People
[ 3 เม.ย. 2557 ] - [ : 33264 ]

มหาเศรษฐีกากวฬิยะ

     สรรพสัตว์ทั้งหลายต่างมีเวลาที่เสียไปวันละ ๒๔ ชั่วโมงเท่ากัน แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมานั้นไม่เท่ากัน บางคนได้บุญเพิ่มขึ้น บางคนได้บาปอกุศลเพิ่มขึ้น หากคิดว่า เราจะมีชีวิตอยู่อีกยาวนาน นั่นเป็นสิ่งที่เราคิดเอง เพราะในความเป็นจริง อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราไม่อาจรู้ว่าสังขารร่างกายนี้จะแตกดับเมื่อไร ชีวิตบนโลกใบนี้ไม่ยาวนาน แต่ชีวิตหลังความตายยาวนานยิ่งนัก เราเหลือเวลาอยู่น้อยเต็มที ที่ว่าน้อยนั้นคือ น้อยสำหรับการสร้างบุญบารมี เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง เพราะฉะนั้น เราต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดนี้ สั่งสมความดีให้เต็มที่ เพื่อความบริสุทธิ์ทั้งทางกาย วาจา และใจ

มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน อรรถกถา โลณกสูตร ว่า

     “ภิกษุทั้งหลาย บาปกรรมแม้ประมาณน้อย ที่บุคคลบางคนทำแล้ว บาปกรรมนั้น ย่อมนำเขาไปนรกได้ บาปกรรมประมาณน้อยอย่างเดียวกันนั้น บางคนทำแล้ว กรรมนั้นเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรมที่ให้ผลในภพปัจจุบัน”

     เมื่อมนุษย์ทำบาปกรรมใด กรรมนั้นย่อมส่งผลอย่างแน่นอน เพียงแต่จะส่งผลเร็วหรือช้าเท่านั้น และที่ไปทำอกุศลกรรมต่างๆ เพราะกิเลสเป็นตัวบังคับใจให้เราทำกรรมทั้งทางกาย วาจา และใจ เมื่อทำไปและเกิดวิบากตามมา ซึ่งการส่งผลของกรรมนั้นมีหลักๆ ๓ ชนิด ได้แก่ ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม คือ กรรมที่ให้ผลในภพปัจจุบัน อุปปัชชเวทนียกรรม คือกรรมให้ผลในภพถัดไป และอปรปริยายเวทนียกรรม กรรมให้ผลในภพต่อๆ ไปคือ อีกหลายชาติจึงจะให้ผล และจะต้องรับกรรมนั้นไปอีกหลายชาติ

     เรื่องของกรรมแต่ละประเภท มีความละเอียดซับซ้อนมาก เพราะเกี่ยวพันด้วยตัวเจตนาของผู้ทำกรรมนั้นๆ ว่า มีเจตนาแรงกล้าเพียงใด ต่อเมื่อพวกเรามีใจที่ละเอียดกว่านี้ ได้เข้าถึงพระธรรมกาย ได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย จะได้ศึกษาเรื่องการทำงานของใจ รู้เรื่องการเกิดดับของจิตแต่ละดวง และรู้เรื่องผลของกรรมในลักษณะที่แตกต่างกัน เราจะไปค้นคว้า และศึกษาด้วยตัวของเราเอง ตอนที่เข้าถึงธรรมกาย ยิ่งศึกษาก็ยิ่งได้ทั้งความรู้และความสุข ใจของเราก็ยิ่งใสบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น เพราะความรู้ที่เกิดจากภาวนามยปัญญา เป็นความรู้ที่คู่ความสุขและความบริสุทธิ์

     * ครั้งนี้ หลวงพ่อมีตัวอย่างเกี่ยวกับทิฏฐธรรมเวทนียกรรมที่เป็นกุศล ซึ่งให้ผลในภพชาติปัจจุบันมาเล่าสู่กันฟัง เรื่องมีอยู่ว่า ในแคว้นของพระเจ้าพิมพิสาร มีมหาเศรษฐี ๕ ท่านคือ โชติกเศรษฐี ชฏิลเศรษฐี เมณฑกเศรษฐี ปุณณเศรษฐี และกากวฬิยเศรษฐี

     ที่ผ่านมา พวกเราได้รู้จัก และคุ้นชื่อมหาเศรษฐี ๔ ท่านแรกกันแล้วว่าทำบุญอะไรไว้ จึงได้มาเป็นมหาเศรษฐีประจำเมือง คงมีกากวฬิยเศรษฐีที่ไม่ค่อยคุ้นหูพวกเรา เพราะฉะนั้น ครั้งนี้เรามาศึกษาประวัติของมหาเศรษฐีประจำแคว้นมคธคนสุดท้ายกันต่อไป  

     ในกรุงราชคฤห์ มีคนเข็ญใจคนหนึ่งชื่อว่า กากวฬิยะ อาศัยอยู่กับภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก อดมื้อกินมื้อ มีอาชีพรับจ้างเพื่อแลกกับอาหารไปวันๆ แต่ทั้งสองเป็นผู้มีจิตใจงดงาม และพอมีบุญเก่าอยู่บ้าง

     วันหนึ่ง พระมหากัสสปเถระออกจากนิโรธสมาบัติ เห็นภรรยาผู้มีจิตใจงดงามของนายกากวฬิยะเข้ามาในญาณทัสสนะอันบริสุทธิ์ จึงออกบิณฑบาตไปโปรด โดยยืนที่หน้าประตูบ้านของกากวฬิยะ เมื่อภรรยาของเขาเห็นพระเถระมาโปรด นางเกิดความเลื่อมใส จึงถวายข้าวยาคูกับนํ้าผักดองที่เตรียมไว้ให้สามีใส่ลงในบาตรของพระเถระจนหมด ฝ่ายกากวฬิยะเห็นภรรยาถวายข้าวยาคูแด่พระเถระจนหมด ก็อนุโมทนาด้วยความปีติเลื่อมใสในพระเถระเช่นกัน

     พระเถระรับแล้ว นำกลับไปวิหาร ท่านได้น้อมถวายบิณฑบาตแด่พระบรมศาสดา พระพุทธองค์ทรงรับแต่พอยังอัตภาพเท่านั้น ข้าวยาคูส่วนที่เหลือก็ทรงให้แจกจ่ายแก่ภิกษุทั้ง ๕๐๐ รูป หลังจากนั้น พระเถระทูลถามถึงวิบากกรรมของนายกากวฬิยะ พระบรมศาสดาทรงพยากรณ์ว่า อีก ๗ วันนับจากนี้เขาจักได้เป็นเศรษฐีประจำเมือง หลังจากมหาทุคตะกากวฬิยะ และภรรยาได้ถวายทานครั้งนั้นแล้ว ต่างระลึกถึงทานกุศลด้วยจิตที่เบิกบานทุกครั้งไป ยิ่งนึกถึงบุญบ่อยๆ ดวงบุญในตัวก็ยิ่งโตขึ้น สว่างไสวขึ้นไปเรื่อยๆ

     วันหนึ่ง พระราชาเสด็จเลียบพระนครทอดพระเนตรเห็นบุรุษนั่งอยู่บนหลาวเพื่อรอการประหารชีวิตอยู่ที่นอกพระนคร บุรุษเห็นพระราชาจึงตะโกนทูลว่า “ข้าแต่สมมติเทพ ก่อนที่ข้าพระองค์จะตาย ขอพระองค์ได้โปรดส่งอาหารที่พระองค์เสวยมาให้ข้าพระองค์ด้วยเถิดพระเจ้าข้า” ด้วยความสงสารนักโทษคนนั้น พระราชาจึงรับปากว่าจะส่งอาหารมาให้ เพื่อให้เขาได้สมปรารถนาก่อนถูกประหารชีวิต

     ตกเย็น พวกเจ้าพนักงานเตรียมพระกระยาหารมาให้พระราชาเสวย พระองค์ทรงระลึกถึงสัญญาที่ให้ไว้กับนักโทษประหาร จึงตรัสว่า “พวกเจ้าจงหาคนที่สามารถนำอาหารนี้ไปส่งให้นักโทษที่อยู่นอกเมืองคนนั้น” เนื่องจากนอกพระนครเต็มไปด้วยอันตราย โดยเฉพาะอมนุษย์ และยักษ์กินคน ถึงแม้ราชบุรุษจะว่าจ้างด้วยทรัพย์ถึงพันหนึ่ง ก็ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตไปเสี่ยง เพื่อแลกกับเงินหนึ่งพันกหาปณะ ฝ่ายภรรยาของนายกากวฬิยะอยากได้เงินมาจุนเจือครอบครัว จึงปลอมตัวเป็นชายหนุ่ม รับอาสานำอาหารไปให้นักโทษคนนั้น โดยไม่หวั่นไหวต่อภยันตรายใดๆ ทั้งสิ้น  

     ขณะที่นางจะเดินเข้าไปสู่แดนประหารนั้น ยักษ์ชื่อทีฆตาละ ได้ตวาดขู่นางว่า “หยุด เจ้าตกเป็นอาหารของเราแล้ว” นางตอบสวนไปด้วยความองอาจว่า “เราไม่ได้เป็นอาหารของท่าน เราเป็นราชทูตนำอาหารไปให้นักโทษ” ยักษ์เห็นว่าบุรุษผู้นี้เป็นผู้มีใจงดงาม จึงกล่าวว่า “เราจะไม่กินเจ้าก็ได้ หากเจ้าสามารถนำข่าวไปบอกสุมนเทพว่า นางกาฬีธิดาของเจ้าสุมนเทพ ผู้เป็นภริยาของทีฆตาลยักษ์คลอดบุตรเป็นชายแล้ว เราถูกสุมนเทพทำโทษ ไม่ให้เข้าสู่สมาคมยักษ์ หากเจ้าทำให้สุมนเทพยกโทษให้เราได้ เจ้าจะรอดตาย และเราจะยกขุมทรัพย์ ๗ ขุมนี้ให้แก่เจ้า”

     เมื่อเห็นว่าไม่มีทางหลีกเลี่ยง นางจำต้องรับปากโดยพยายามนึกถึงบุญที่ได้ทำไว้กับพระมหากัสสปเถระ และศีลที่รักษาไว้ดีแล้ว ให้มาช่วยปกป้องคุ้มครอง ให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งหลาย เมื่อนางไปถึงก็ได้ป่าวร้องว่า “นางกาฬีธิดาของเจ้าสุมนเทพ คลอดบุตรเป็นชายแล้ว”

     สุมนเทพนั่งอยู่ในสมาคมยักษ์ ได้ยินข่าวดีนี้ รู้สึกดีใจมาก จึงสั่งให้ยักษ์บริวารเรียกนางเข้ามา เมื่อได้สนทนากับนางแล้ว ก็เกิดความประทับใจ นึกเลื่อมใสในความองอาจของนาง จึงกล่าวว่า “ขุมทรัพย์ในปริมณฑลที่ร่มเงาของต้นไม้นี้แผ่ไปถึง เรายกให้เจ้าทั้งหมด” นางได้ตรวจดูขุมทรัพย์ทั้ง ๗ ขุมด้วยความดีใจยิ่งนัก   

     หลังจากนางส่งอาหารให้นักโทษประหารแล้ว ก็กลับเข้าไปในพระนคร กราบทูลเรื่องราวที่เกิดขึ้นถวายพระราชา พอรุ่งเช้าพระราชาให้ขนทรัพย์ทั้งหมดเข้ามาในพระนคร ทรงเห็นว่าทรัพย์ทั้งหมดนี้เป็นของนางกับสามี จึงตั้งสามีของนางให้เป็นมหาเศรษฐีประจำพระนครตั้งแต่นั้นมา

     จะเห็นได้ว่า บุญเพียงน้อยนิดอย่าคิดว่าไม่สำคัญ และบาปแม้น้อยนิด จงอย่าคิดทำ เพราะจะกลายเป็นวิบากติดตัวเราไปข้ามชาติ คอยขัดขวางให้เราเสียเวลาในการทำพระนิพพานให้แจ้ง ส่วนบุญแม้นิดหน่อยให้ทำเถิด ให้ทำบ่อยๆ ยิ่งถ้าทำมากๆ และทำด้วยจิตที่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ก็จะยิ่งมีอานุภาพในการดึงดูดทรัพย์สมบัติทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้ ให้มาใช้สร้างบารมีเหมือนกับท่านกากวฬิยเศรษฐี ที่เมื่อทำบุญแล้ว บุญใหม่ก็ไปเชื่อมกับบุญเก่า ไปดึงดูดทรัพย์มา  ทรัพย์สมบัติก็บังเกิดขึ้นอย่างเป็นอัศจรรย์ สมบัติเมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะอยู่กับเราได้ตลอดก็ต่อเมื่อเรามีบุญมากเท่านั้น จึงจะครอบครองได้ ถ้าหมดบุญก็หมดสิทธิ์ สมบัติจะเปลี่ยนมือทันที ดังนั้น ให้หมั่นสั่งสมบุญให้มากๆ ทั้งทาน ศีล และภาวนากันทุกๆ คน

 

 

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี

นามเดิม พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  
 
* มก. เล่ม ๒๒ หน้า ๒๘

 

 


     
Tag : เทศนา  หลวงพ่อ  ภพชาติ  พระราชภาวนาวิสุทธิ์  ปัญญา  บุญ  บิณฑบาต  บารมี  บริวาร  นรก  ธรรมกาย  ทุกข์  ครอบครัว  ข่าว  dhamma  

พิมพ์บทความนี้





วันทอดกฐิน วัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

พระศรีอริยเมตไตรย์
พระศรีอริยเมตไตรย์

พุทธประวัติ
ภาพพุทธประวัติ


ธรรมะเพื่อประชาชน

ดอกไม้บาน

ทอดผ้าป่าเขาแก้วเสด็จทุกวันเสาร์

Peace Photo
ภาพแห่งการสร้างบารมีเพื่อสันติภาพโลก

Meditation and Peace

อยู่ในบุญ

ปฏิทินบุญ

Free Wallpaper Download

Free Ecards

ตักบาตร