อนัตตลักขณสูตร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้ารูปนี้จักได้เป็นอัตตาแล้ว รูปนี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ

บทความ Articles > ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for People
[ 19 ส.ค. 2557 ] - [ : 257713 ]

อนัตตลักขณสูตร

     สรรพสิ่งทั้งหลายในโลก มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลาย แม้แต่โลกนี้ ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สักวันหนึ่งจะต้องแตกสลายไปในที่สุด เพราะไฟบรรลัยกัลป์บ้าง เพราะน้ำท่วมโลกบ้าง หรือบางครั้งก็เป็นเพราะลมพายุบ้าง อายุของมนุษย์จากที่เคยยืนยาวเป็นกัป เป็นแสน เป็นหมื่นปี ก็ค่อยๆ ลดลงมาเรื่อยๆ จนเหลือไม่กี่สิบปี  พอเกิดมาแล้ว ก็มุ่งหน้าไปสู่ความเสื่อมสลาย เหมือนเดินเข้าไปสู่ปากของพญามัจจุราช  

     เพราะฉะนั้น ให้ถอนความยินดียินร้าย ถอนความอาลัยในโลกทั้งปวง แล้วมุ่งแสวงหาหนทางพระนิพพาน ทางสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์ เข้าถึงบรมสุขอันเป็นอมตะ การฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เป็นพุทธวิธีที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากทุกข์ได้อย่างแท้จริง จะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง จนกระทั่งไปถึงอายตนนิพพาน อันเป็นเอกันตบรมสุขที่ทุกคนปรารถนา

มีวาระพระบาลีใน อนัตตลักขณสูตร ว่า

“รูปํ ภิกฺขเว อนตฺตา รูปญฺจ หิทํ ภิกฺขเว อตฺตา
อภวิสฺส นยิทํ รูปํ อาพาธาย สํวตฺเตยฺย

     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้ารูปนี้จักได้เป็นอัตตาแล้ว รูปนี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ”

     ปัจจุบันนี้ ได้มีการพยายามค้นคว้า หรือหาหลักฐานในทางพระพุทธศาสนา เพื่อนำมายืนยันเหตุผลในเรื่องว่า นิพพานเป็นอัตตา หรืออนัตตา มีความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกันในนานาทัศนะ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการตื่นตัวในการศึกษาธรรมะกันเพิ่มมากขึ้น เพราะหลายๆ ท่านก็ยังมีใจเป็นกลางๆ และรอการพิสูจน์เพื่อทราบด้วยตัวเอง และที่ยิ่งไปกว่านั้น หลายๆ ท่านได้ลงมือปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อจะพิสูจน์ให้รู้ว่า นิพพานเป็นอัตตา หรืออนัตตา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนา

     นิพพานนั้นมีอยู่จริงไหม ก็ต้องขอยืนยันว่า มีอยู่จริงๆ เพราะมีหลักฐานบันทึกอยู่ในพระไตรปิฎก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายท่านประพฤติธรรม ก็เพื่อให้บรรลุมรรคผลนิพพาน ดังนั้นนิพพานจึงเป็นเป้าหมายอันสูงสุดของทุกๆ คนในโลก มีหลายๆ ท่านเข้าใจไปว่า นิพพานเป็นอนัตตา คือไม่มีตัวไม่มีตน ว่างเปล่า แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่า ที่บอกว่าว่างเปล่านั้น ว่างเปล่า หรือขาดสูญจากอะไร  

     ที่จริงแล้ว นิพพานถ้าจะบอกว่าว่างเปล่า ก็คือว่างจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย ขาดสูญจากสรรพกิเลสทั้งมวล แต่คงความเป็นนิจจัง เป็นสุขัง เป็นอัตตา เป็นตัวเป็นตนที่ทุกคนสามารถรู้เห็นได้ด้วยตัวเอง พิสูจน์ได้ด้วยใจที่หยุดนิ่งนั่นเอง เพราะพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการปฏิบัติ จะนึกคิดด้นเดาเอาอย่างเดียวนั้นไม่ได้ ต้องลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง จึงจะเข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

     คนในสมัยก่อน โดยเฉพาะในศาสนาพราหมณ์ เขามีการถกเถียงกันมากว่า ที่สุดแห่งทุกข์ของเขานั้น เป็นอัตตาบ้าง มีลักษณะเป็นอาตมัน หรือปรมาตมันบ้าง แต่บางฝ่ายก็แย้งว่าไม่ใช่ ทุกอย่างสูญหมด สุดท้ายของชีวิตก็เหลือแต่ความว่างเปล่าทั้งนั้น เมื่อกล่าวถึงพระนิพพานในทางพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดาก็ทรงได้รับคำถามเหมือนกันว่า นิพพานเป็นอัตตา หรืออนัตตา  

     เนื่องจากพระพุทธองค์ทรงเห็นว่า หากตอบตรงๆ ว่า นิพพานเป็นอัตตา จะถูกมองว่า ทรงเห็นด้วยกับลัทธิพราหมณ์ที่บอกว่า นิพพานเป็นอัตตา ถ้าจะทรงตอบว่า นิพพานเป็นอนัตตา จะถูกมองไปว่า ทรงเห็นด้วยกับเจ้าลัทธิที่นิยมการขาดสูญ เนื่องจากความเข้าใจกับคำว่านิพพานของแต่ละลัทธิ ก็มีความเห็นไม่ตรงกันแล้ว เพราะฉะนั้นพระพุทธองค์จะไม่ทรงชี้ชัดว่า นิพพานเป็นอัตตาหรืออนัตตา จะทำให้เกิดการทะเลาะกันไปเสียเปล่าๆ แต่ทรงให้นัย เหมือนที่ทรงแสดงอนัตตลักขณสูตร ให้ปัญจวัคคีย์ได้รับฟังจนหายสงสัย เพราะได้รู้ได้เห็นเองแล้ว

     * เนื้อหาสาระของพระสูตรนี้ พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นอนัตตา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้ารูปนี้จักได้เป็นอัตตาแล้ว รูปนี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลพึงได้ในรูปว่า รูปของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด รูปของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะรูปเป็นอนัตตา เพราะฉะนั้น รูปจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลย่อมไม่ได้ในรูปว่า รูปของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด รูปของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

     เวทนาเป็นอนัตตา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าเวทนานี้จักได้เป็นอัตตาแล้ว เวทนานี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลพึงได้ในเวทนาว่า เวทนาของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด เวทนาของเราจงอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเวทนาเป็นอนัตตา ฉะนั้น เวทนาจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลย่อมไม่ได้ในเวทนาว่า เวทนาของเรา จงเป็นอย่างนั้นเถิด เวทนาของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

     สัญญาเป็นอนัตตา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าสัญญานี้จักได้เป็นอนัตตาแล้ว สัญญานี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลพึงได้ในสัญญาว่า สัญญาของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด สัญญาของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะสัญญาเป็นอนัตตา ฉะนั้น สัญญาจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลย่อมไม่ได้ในสัญญาว่า สัญญาของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด สัญญาของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

     สังขารทั้งหลายเป็นอนัตตา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าสังขารเหล่านี้จักได้เป็นอัตตาแล้ว สังขารเหล่านี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลพึงได้ในสังขารทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด สังขารทั้งหลายของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะสังขารทั้งหลายเป็นอนัตตา ฉะนั้น สังขารทั้งหลายจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลย่อมไม่ได้ในสังขารทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด สังขารทั้งหลายของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

     วิญญาณเป็นอนัตตา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าวิญญาณนี้จักได้เป็นอัตตาแล้ว วิญญาณนี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลพึงได้ในวิญญาณว่า วิญญาณของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด วิญญาณของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะวิญญาณเป็นอนัตตา ฉะนั้น วิญญาณจึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลไม่ได้ในวิญญาณว่า วิญญาณของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด วิญญาณของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย

     พระพุทธองค์ทรงตรัสยํ้าว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ หรือขันธ์ ๕ นั้น เป็นอนัตตา และทรงถามปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ว่า "รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอสำคัญความนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง" พระปัญจวัคคีย์ทูลว่า "อนิจฺจํ ภนฺเต ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า" "ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า" "เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า" "ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา" พระปัญจวัคคีย์ก็กราบทูลว่า "ข้อนั้น ไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า" จากนั้นพระบรมศาสดาก็ทรงถามธรรมะในเรื่องของขันธ์ ๕ ไปตามลำดับ ตั้งแต่ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ว่าเที่ยงหรือไม่เที่ยง ทุกรูปก็ตอบเหมือนกันว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์และก็เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง

     พระพุทธองค์ตรัสต่อไปว่า ตสฺมาติห ภิกฺขเว ยงฺกิญฺจิ รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล รูปอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ภายในหรือภายนอก หยาบหรือละเอียด เลวหรือประณีต ไกลหรือใกล้ทั้งหมด ก็เป็นแต่สักว่ารูป เธอทั้งหลายพึงเห็นรูปนั้นด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

     เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นอดีต ปัจจุบันและอนาคต ภายในหรือภายนอก หยาบหรือละเอียด เลวหรือประณีต ไกลหรือใกล้ ทั้งหมดก็เป็นสักแต่ว่าเป็นเวทนา เป็นสัญญา เป็นสังขาร เป็นวิญญาณ เธอทั้งหลายพึงเห็นขันธ์เหล่านั้น ด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา

     พระปัญจวัคคีย์ได้พิจารณาเห็นไปตามความเป็นจริง ดังที่พระบรมศาสดาตรัสไว้ ทำให้บังเกิดความเบื่อหน่ายในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เมื่อเบื่อหน่ายก็คลายความกำหนัด ความยึดมั่น ถือมั่นในขันธ์ทั้ง ๕ ตั้งแต่ขันธ์ ๕ ของกายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม แล้วเข้าไปถึงกายธรรมไปตามลำดับ สุดท้ายก็เข้าถึงกายธรรมอรหัต ซึ่งเป็นธรรมขันธ์ เป็นนิจจัง เป็นสุขัง เป็นอัตตา เป็นสุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือปนเลย เป็นตัวตน ที่แท้จริงภายใน  

     เมื่อหลุดล่อนจากเบญจขันธ์มาเป็นธรรมขันธ์ จิตของท่านก็หลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็รู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ทำให้ทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นอีกเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มีอีกแล้ว นี้ก็รู้กันเองว่า นิพพานซึ่งเป็นเป้าหมายอันสูงสุดนั้น เป็นอัตตาหรืออนัตตา จะได้รู้แจ้งด้วยตัวเองว่า “นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่งเป็นอย่างไร ดังนั้น ถ้าอยากรู้จักนิพพานกันจริงๆ ก็ให้หมั่นนั่งธรรมะเป็นประจำ หมั่นฝึกฝนอบรมใจให้หยุดนิ่ง จนกว่าเราจะเข้าถึงพระธรรมกายกันทุกๆ คน

 

 
* มก. เล่ม ๖ หน้า ๕๒
 


พิมพ์บทความนี้





พิธีถวายอุปกรณ์เครื่องกันหนาว
   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

พระศรีอริยเมตไตรย์
พระศรีอริยเมตไตรย์

พุทธประวัติ
ภาพพุทธประวัติ


ธรรมะเพื่อประชาชน

ดอกไม้บาน

ทอดผ้าป่าเขาแก้วเสด็จทุกวันเสาร์

Peace Photo
ภาพแห่งการสร้างบารมีเพื่อสันติภาพโลก

Meditation and Peace

อยู่ในบุญ

ปฏิทินบุญ

Free Wallpaper Download

Free Ecards

ตักบาตร