เมณฑกเศรษฐีผู้ใจบุญ (๒)

การให้ทาน เป็นเครื่องฝึกจิตที่ยังไม่ได้ฝึก การไม่ให้ทาน เป็นเครื่องประทุษร้ายจิตที่ฝึกแล้ว

บทความ Articles > ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for People
[ 20 มี.ค. 2557 ] - [ : 14091 ]

เมณฑกเศรษฐีผู้ใจบุญ (๒)

     การที่โลกของเราดำรงอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะการให้ คือยิ่งให้ก็ยิ่งได้ ยิ่งให้คุณธรรมจะยิ่งเพิ่มพูน การให้เป็นการสร้างความดีที่ง่ายที่สุด และส่งผลดีให้กับชีวิตอย่างมากมายมหาศาล จะทำให้เป็นผู้มีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์ ประสบแต่ความสุขความสำเร็จตลอดไป การให้ที่จะให้ได้ผลเต็มที่นั้น  ผู้ให้ต้องเอาชนะใจตนเองให้ได้เสียก่อน ต้องขจัดความตระหนี่ออกจากใจ แล้วให้ด้วยความปลื้มปีติยินดี มีใจเลื่อมใส มีความบริสุทธิ์ใจ ทั้งเวลาก่อนจะให้ ขณะให้ และหลังจากให้ก็หมั่นตามระลึกนึกถึงบุญ บุญนั้นจะไปดึงดูดมหาสมบัติ และชำระใจให้ผ่องใส ใจที่ผ่องใสเท่านั้นเป็นใจที่เหมาะสมแก่การเจริญสมาธิ(Meditation)ภาวนา ทำให้เราได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน และความสุขที่แท้จริงได้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปฐมทานสูตร ว่า

“อทนฺตทมนํ ทานํ         อทานํ ทนฺตทูสกํ

การให้ทาน เป็นเครื่องฝึกจิตที่ยังไม่ได้ฝึก
การไม่ให้ทาน เป็นเครื่องประทุษร้ายจิตที่ฝึกแล้ว”

     ผู้ที่รักในการฝึกฝนอบรมตนเองอย่างแท้จริง จะต้องมีการเริ่มต้นที่การฝึกจิตกันก่อน เพราะการฝึกจิตเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และสามารถนำความสุขมาให้ โดยเฉพาะความสุขที่เกิดจากการได้บรรลุมรรคผลในขั้นต่างๆ การฝึกจิตให้มีคุณภาพสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น การนั่งสมาธิเจริญภาวนา การรักษาศีลให้สะอาดบริสุทธิ์ และการให้ทานซึ่งถือว่าเป็นการฝึกจิตอีกวิธีหนึ่ง เป็นก้าวแรกของการพัฒนาจิตอย่างแท้จริง เป็นการฝึกฝนใจให้ปลอดจากความโลภนั่นเอง

     ตามปกติแล้ว มนุษย์จะมีความโลภ ความอยากได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้น เมื่อเริ่มฝึกจิตด้วยการให้ ใจจะขยายออกไป เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อความตระหนี่หลุดออกจากใจได้แล้ว ความเบาสบายก็เข้ามาแทนที่ ความรู้สึกว่า “พอ” จะบังเกิดขึ้น เมื่อใจรู้จักคำว่าพอก็เกิดก่อความสุข ผู้ที่ไม่มีความโลภในจิตคือ ผู้ที่มีความสุขอย่างแท้จริง ดังนั้น ผู้ที่อยากมีความสุข ต้องเริ่มต้นที่การให้เป็นอันดับแรก

     เมื่อคราวที่แล้วหลวงพ่อได้เล่าเรื่องเมณฑกเศรษฐีค้างไว้ว่า ท่านได้สร้างมหาทานบารมีในยุคสมัยของพระวิปัสสีพุทธเจ้า ด้วยการสร้างศาลารายที่มีมูลค่ามากมายมหาศาล แล้วยังได้ถวายสังฆทานแด่ภิกษุสงฆ์จำนวน ๖ ล้าน ๘ แสนรูปติดต่อกันถึง ๔ เดือน บุญนั้นได้ส่งผลให้ท่านเสวยทิพยสมบัติในสวรรค์ชั้นต่างๆ เป็นเวลายาวนาน เมื่อลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ได้เป็นมหาเศรษฐีมาโดยตลอด

     * พอมาในภัทรกัปนี้ บุญยังส่งผลต่อให้ท่านเกิดในกรุงพาราณสี เป็นบุตรของมหาเศรษฐีผู้มีโภคทรัพย์สมบัติมากอีกเหมือนเดิม พอเติบโตขึ้นก็ได้รับสืบทอดตำแหน่งเศรษฐีประจำเมืองต่อจากบิดามีนามว่า พาราณสีเศรษฐี  วันหนึ่ง ท่านเศรษฐีไปเข้าเฝ้าพระราชาและได้พบกับท่านปุโรหิต จึงกล่าวสนทนาตามประสาคนรู้จักกัน จากนั้นได้ถามถึงเหตุการณ์ในอนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้น

     ปุโรหิตซึ่งเป็นผู้ชำนาญในการดูฤกษ์ยาม หลังคำนวณดูดวงแล้วกล่าวว่า จากนี้ไป ๓ ปี  ฉาตกภัย คือภัยที่เกิดจากความแห้งแล้งจะเกิดขึ้น ฝนจะไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกษตรกรจะไม่สามารถทำไร่ไถนา หรือทำสวนได้เหมือนเดิม ชาวบ้านจะได้รับความเดือดร้อนกันไปทั่ว พวกสัตว์เลี้ยงจะล้มตายเพราะขาดน้ำและอาหาร ขอให้ท่านเศรษฐีเตรียมตัวรับภัยแล้งครั้งใหญ่นี้เถิด ถ้าจะโยกย้ายครอบครัวก็ให้ย้ายกันแต่เนิ่นๆ

     เศรษฐีฟังคำทำนายแล้ว ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจอะไร อีกทั้งไม่คิดจะโยกย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น เพราะท่านมีข้าทาสบริวารมาก การโยกย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่นเป็นเรื่องที่ลำบากมาก แต่เพื่อความไม่ประมาท ท่านเศรษฐีได้สั่งให้ข้าทาสบริวารทำนาปลูกข้าวเพื่อกักตุนข้าวเปลือกไว้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังซื้อข้าวเปลือกบรรจุจนเต็มฉางทั้ง ๑,๒๕๐ ฉาง ครั้นเมื่อฉางไม่พอที่จะใส่ข้าวเปลือก ก็ให้บรรจุในภาชนะต่างๆ ด้วย ตั้งแต่ ตุ่ม ไห หม้อ เป็นต้นจนเต็ม แล้วขุดหลุมฝังในดินอีกเป็นจำนวนมาก และยังให้ขยำข้าวเปลือกที่เหลือกับดินเหนียวแล้วฉาบทาฝาผนังไว้

     สมัยต่อมา คำทำนายของปุโรหิตก็กลายเป็นจริง เมื่อภัยคือ ความอดอยากบังเกิดขึ้น และเนื่องจากเศรษฐีมีการเตรียมตัวรับภัยไว้เป็นอย่างดี ในช่วงแรกๆ จึงไม่ลำบากอะไร แต่เมื่อฉาตกภัยได้ขยายเวลาออกไปเป็นเวลานานขึ้น ก็จำต้องบริโภคข้าวเปลือกที่เก็บไว้ เมื่อข้าวเปลือกที่เก็บไว้ในฉาง และในภาชนะต่างๆ หมด จึงเรียกข้าทาสบริวารทั้งหมดให้มาประชุมพร้อมกัน เมื่อข้าทาสบริวารมาพร้อมแล้วจึงกล่าวว่า “พวกท่านปรารถนาจะไปหลบภัยอันร้ายกาจนี้ที่ภูเขาหรือที่ไหน ก็ให้ไปได้ ใครจะเข้าป่าหาผลหมากรากไม้กินเป็นอาหาร หรืออพยพไปอยู่ที่เมืองอื่น ก็เชิญไปตามความสมัครใจ เมื่อถึงเวลาข้าวปลาอาหารหาได้ง่ายแล้ว ใครอยากจะกลับมาอยู่กับเราอีก เราก็ยินดีต้อนรับ แต่ถ้าไปแล้วไม่อยากกลับมา จะตั้งรกรากที่นั่นเป็นการถาวร ก็แล้วแต่ความสะดวก เราขอกล่าวคำอำลาพวกท่าน ณ ที่นี้ ขอให้ท่านทั้งหลายจงเดินทางโดยสวัสดิภาพเถิด”

     พวกข้าทาสบริวารฟังแล้ว ก็ซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้านาย แม้จะเคารพเทิดทูนเจ้านายไม่อยากจากไป แต่เพื่อความอยู่รอดจึงต้องหอบหิ้วสัมภาระเดินทางไปอยู่ที่อื่นกันหมด คงเหลือแต่ทาสคนรับใช้ใกล้ชิดเพียงคนเดียว ที่รักเจ้านายยิ่งกว่าความตาย ทาสคนนี้ชื่อ ปุณณะ และที่เหลืออยู่ร่วมเป็นร่วมตายกับท่านเศรษฐีอีก ๓ ท่าน คือ ภรรยาของเศรษฐี ลูกชาย และลูกสะใภ้  

     เมื่อความแห้งแล้งระบาดไปทุกหย่อมหญ้า พืชพันธุ์ธัญญาหารทุกอย่างล้มตายจนหมด  เศรษฐีจึงให้เอาข้าวเปลือกที่ฝังไว้ในหลุมมาหุงต้มกิน พอข้าวเปลือกในหลุมหมด ก็ให้พังดินที่เอาข้าวฉาบไว้ตามฝาผนังมาแช่น้ำ แบ่งกันรับประทาน พอยังอัตภาพให้เป็นไป ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีวี่แววว่าฝนฟ้าจะตกลงมา

     ฝ่ายภรรยาของเศรษฐี เมื่อถูกความหิวครอบงำหนักเข้า ก็ไปเที่ยวเก็บเมล็ดข้าวเปลือก และข้าวสารที่ตัวเองทำตกหล่นไว้ตามที่ต่างๆ รวบรวมข้าวสาร ได้ประมาณทะนานหนึ่ง แล้วนำไปฝังไว้ใต้ดิน ข้าวมื้อนี้เป็นมื้อสุดท้าย เมื่อท่านเศรษฐีถามว่า “นางผู้เจริญ ฉันหิวเหลือเกิน มีข้าวเหลืออยู่บ้างไหม” ภรรยาตอบว่า “ยังพอมีข้าวสารอีกทะนานหนึ่ง ตอนนี้ฉันฝังไว้ใต้ดิน” เศรษฐีจึงบอกให้นางไปขุดมาหุงต้มกิน

     ภรรยาเศรษฐีหุงข้าวสวยเสร็จแล้ว ก็แบ่งออกเป็น ๕ ส่วน คดข้าวสวยส่วนหนึ่งวางไว้ข้างหน้าของเศรษฐี อีก ๔ ส่วนก็เป็นของลูกชาย ลูกสะใภ้ ทาสคนสนิท และของตัวเอง ทุกคนรู้ว่านี่เป็นอาหารมื้อสุดท้าย จากนั้นก็ต้องอดอยากหิวตายอย่างแน่นอน จึงไม่เร่งรีบลงมือรับประทาน ในขณะนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งประทับอยู่ที่ภูเขาคันธมาทน์ เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ตั้งใจจะออกไปบิณฑบาตเพื่อโปรดสัตว์ ท่านรู้ด้วยญาณทัสสนะว่า ฉาตกภัยเกิดขึ้นทั่วชมพูทวีป จะหาคนตักบาตรพระก็ยากเหลือเกิน ถ้าจะมีก็เห็นแต่ครอบครัวของท่านเศรษฐี ซึ่งมีเพียงอาหารมื้อสุดท้ายเท่านั้น ท่านตรวจดูต่อไปอีก เห็นคนทั้ง ๕ ที่กำลังถูกความหิวครอบงำ เข้ามาในข่ายพระญาณ พอตรวจดูให้แน่ชัดก็ทราบว่า ผู้มีบุญทั้ง ๕ ท่านนี้ เป็นผู้มีศรัทธา รักบุญยิ่งกว่าชีวิต รู้จักวิธีการเตรียมเสบียงบุญเพื่อเดินทางไกลข้ามชาติให้กับตนเอง จึงถือบาตรเหาะไปยืนอยู่ที่ประตูเรือนของท่านเศรษฐี

     ซึ่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ตัวท่านเศรษฐีจะกล้าถวายอาหารมื้อสุดท้ายที่มีอยู่นั้นหรือไม่ หรือจะให้พระปัจเจกพุทธเจ้าอดอาหารตาย ก็คงต้องไว้ในโอกาสต่อไป ขอให้ทุกท่านหมั่นสั่งสมบุญไว้ให้มากๆ จะได้มีทรัพย์สมบัติที่บริบูรณ์ และหมั่นอธิษฐานจิตตอกยํ้าว่า ขออย่าให้เราได้พบกับความอดอยากยากจนไปทุกภพทุกชาติ และให้หมั่นนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมกันทุกๆ วัน ฝึกทำใจหยุดนิ่งเรื่อยไปจนกว่าจะได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในกันทุกคน

 

 

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี

นามเดิม พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  
 
* มก. เล่ม ๔๓ หน้า ๔๙
 

 


     
Tag : ให้ทาน  เทศนา  หลวงพ่อ  สวรรค์  สมาธิ  ศรัทธา  พระราชภาวนาวิสุทธิ์  ปฏิบัติธรรม  บุญ  บิณฑบาต  บารมี  บริวาร  ตักบาตร  ครอบครัว  dhamma  

พิมพ์บทความนี้





วันธรรมชัย 27 สิงหาคม
อานิสงส์ถวายยารักษาโรค
   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

พระศรีอริยเมตไตรย์
พระศรีอริยเมตไตรย์

พุทธประวัติ
ภาพพุทธประวัติ


ธรรมะเพื่อประชาชน

ดอกไม้บาน

ทอดผ้าป่าเขาแก้วเสด็จทุกวันเสาร์

Peace Photo
ภาพแห่งการสร้างบารมีเพื่อสันติภาพโลก

Meditation and Peace

อยู่ในบุญ

ปฏิทินบุญ

Free Wallpaper Download

Free Ecards

ตักบาตร