เป็นใหญ่ด้วยธรรม

ผู้ปกครองหมู่คณะ ถึงจะมีกำลังอำนาจ แต่ถ้าเป็นคนโง่เขลา ก็เอาดีไม่ได้ ผู้ปกครองหมู่คณะ ถ้าเป็นคนฉลาด และมีกำลัง จึงจะได้ผลดี

บทความ Articles > ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for People
[ 10 ก.ย. 2556 ] - [ : 16746 ]
เป็นใหญ่ด้วยธรรม
 
 
     วิชาในโลกนี้มีอยู่มากมายและสามารถศึกษาได้ไม่มีวันหมดสิ้น ส่วนบุคคลใดจะเลือกศึกษาวิชาใด หรือจะศึกษามากน้อยแค่ไหน ก็ย่อมแล้วแต่บุคคลนั้นๆ เพราะขึ้นชื่อว่า การศึกษา ย่อมเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิต วิชาโดยทั่วไปนั้นศึกษาเพียงเพื่อทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้เท่านั้น แต่ยังมีสุดยอดของวิชาที่ทุกคนจำเป็นต้องศึกษา ไม่ศึกษาไม่ได้ เพราะถ้าไม่รู้วิชานี้แล้ว ชีวิตจะไม่ปลอดภัย วิชานี้คือวิชาความจริงของชีวิต ที่จะนำชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ทำให้ชีวิตของเราปลอดภัยทั้งในภพนี้และภพหน้า เป็นวิชาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบ ซึ่งหากใครยังไม่ได้ศึกษาต้องถือว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมานั้น ช่างน่าเสียดายที่สุด เพราะเป็นวิชาที่ช่วยให้เราพ้นทุกข์ได้จริง ไม่ว่าทะเลแห่งความทุกข์จะเวิ้งว้างน่าหวาดกลัวเพียงใด ขอเพียงเรามีวิชาของชีวิตนี้ติดตัว เราย่อมจะปลอดภัยทั้งในภพนี้และภพหน้าอย่างแน่นอน
 
มีวาระพระบาลีใน กปิชาดก ว่า
 
                             “น สาธุ พลวา พาโล  ยูถสฺส ปริหารโก
                              ธีโร จ พลวา สาธุ     ยูถสฺส ปริหารโก
 
     ผู้ปกครองหมู่คณะ ถึงจะมีกำลังอำนาจ แต่ถ้าเป็นคนโง่เขลา ก็เอาดีไม่ได้ ผู้ปกครองหมู่คณะ ถ้าเป็นคนฉลาดและมีกำลัง จึงจะได้ผลดี”
 
     การเป็นผู้นำหรือผู้ปกครองที่มีอำนาจนั้น เมื่อจะตัดสินใจทำสิ่งใด ต้องคิดให้รอบคอบในทุกๆ เรื่อง เพราะการตัดสินใจของผู้นำ ย่อมมีผลกระทบต่อผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา และคนรอบข้างที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสังคมประเทศชาติด้วย สำหรับผู้ที่มีอำนาจหรือผู้อยากจะมีอำนาจนั้น หากคิดเป็นใหญ่ ก็ขอให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ด้วยธรรม ยิ่งใหญ่ด้วยความดี มิใช่ด้วยความทะเยอทะยานจนทำให้คนอื่นเดือดร้อน เพราะความยิ่งใหญ่ด้วยความดีนั้นเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและชาวโลก ยิ่งหากความยิ่งใหญ่นั้นทำให้เกิดสันติสุขแก่โลกแล้ว ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญมากที่สุด
 
     ผู้ที่เป็นใหญ่มีหน้าที่ปกครองหมู่คณะ ต้องเป็นคนมีสติปัญญา ฉลาดรอบรู้ ทั้งในสิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ควรเว้น ต้องมีคุณธรรม รู้จักใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนไปในการสร้างประโยชน์สุขให้เกิดขึ้นแก่ผู้อื่น ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ความยิ่งใหญ่เช่นนี้ จึงจะเป็นที่ยกย่องสรรเสริญของคนทั้งหลาย แต่ถ้าไม่ทำเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวมแล้ว ความเป็นใหญ่นั้นย่อมไม่เกิดประโยชน์ มีแต่จะเกิดโทษ และในไม่ช้าก็ย่อมสูญเสียอำนาจนั้นไป เพราะความไม่ดีของตน ดังเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตดังนี้
 
     * เมื่อพระเทวทัตทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูเกิดความเลื่อมใสแล้ว ก็ไม่สามารถรักษาลาภสักการะที่เกิดขึ้นให้ตั้งอยู่ได้นาน ลาภสักการะของพระเทวทัตได้เสื่อมไป ตั้งแต่ครั้งที่มหาชนได้เห็นปาฏิหาริย์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงปราบช้างนาฬาคิรีที่จะมาประทุษร้ายพระองค์ เหล่าภิกษุได้ประชุมสนทนากันถึงเรื่องนั้นในโรงธรรมสภา ขณะนั้นเองพระบรมศาสดาได้เสด็จมาตรัสถามถึงเรื่องที่สนทนากัน เมื่อเหล่าภิกษุกราบทูลแล้ว พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เทวทัตมิใช่ทำลายลาภสักการะ ที่เกิดแก่ตนให้เสื่อมไปในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อนก็ยังทำลายลาภสักการะ ให้เสื่อมไปแล้วเช่นกัน” จากนั้นพระองค์ทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่าว่า
 
     เมื่อครั้งที่พระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นปุโรหิตของพระราชา เป็นผู้จบไตรเพท และศิลปศาสตร์ ๑๘ ประการ รอบรู้ปฐวีวิชัยมนต์ คือมนต์กลับใจให้หลง  วันหนึ่งพระโพธิสัตว์คิดจะทบทวนมนต์ จึงนั่งสาธยายมนต์บนหินดาดที่เนินผาแห่งหนึ่ง ปกติมนต์นั้นหากผู้มีใจวอกแวก หรือความทรงจำไม่ดี ก็จะไม่สามารถทำให้มีฤทธานุภาพได้  ปุโรหิตจึงต้องไปสาธยายในที่สงบวิเวก แต่ที่หินดาดนั้นมีโพรงไม้ ซึ่งสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มันจึงได้ยินมนต์นั้น และสามารถท่องจำจนแคล่วคล่อง ที่เป็นอย่างนี้ เพราะในอดีตชาติสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นเคยเป็นพราหมณ์ที่ทรงจำปฐวีวิชัยมนต์ได้นั่นเอง
 
     พระโพธิสัตว์สาธยายมนต์จบแล้วก็ลุกไป ส่วนสุนัขจิ้งจอกก็ออกจากโพรงไม้ แล้วกล่าวว่า “ท่านพราหมณ์ผู้เจริญ มนต์นี้ข้าพเจ้าท่องได้ชำนาญยิ่งกว่าท่านเสียอีก” แล้วรีบวิ่งหนีไป  พระโพธิสัตว์คิดว่า สุนัขจิ้งจอกตัวนี้จักทำอะไรไม่ดีเป็นแน่ จึงติดตามไป สุนัขจิ้งจอกรู้ทันจึงได้หนีเข้าไปในป่า ได้ร่ายปฐวีวิชัยมนต์บังคับสุนัขจิ้งจอกทั้งหลายให้อยู่ในอำนาจของตน อีกทั้งยังทำสัตว์ ๔ เท้า มีช้าง ม้า สิงโต เสือ กระต่าย เป็นต้น ให้ตกอยู่ในอำนาจของตน แล้วได้ตั้งตนเป็นพญาสัตว์ชื่อว่า สัพพทาฐะ มีนางสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเป็นภรรยา ทั้งสองได้นั่งบนหลังราชสีห์ ที่ยืนอยู่บนหลังช้าง ๒ เชือก คอยคุ้มกัน นับเป็นยศอันยิ่งใหญ่ที่มันได้รับในครั้งนั้น
 
     พญาสุนัขจิ้งจอกมัวเมาด้วยลาภยศ เกิดมานะคิดจะชิงราชสมบัติจากพระเจ้ากรุงพาราณสี จึงนำหมู่สัตว์จตุบาทมากมายขบวนยาวถึง ๑๒ โยชน์ ไปกรุงพาราณสี แล้วพญาสุนัขจิ้งจอกได้ส่งสาสน์ไปถึงพระราชาว่า “จะมอบราชสมบัติให้แต่โดยดี หรือว่าจะรบกัน” ชาวกรุงพาราณสีต่างสะดุ้งหวาดกลัว พากันปิดประตูเมืองทั้งหมด
 
     พระโพธิสัตว์ได้ไปเข้าเฝ้าพระราชาพลางกราบทูลว่า “ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์อย่ากลัวเลย การต่อสู้ด้วยการรบกับสุนัขจิ้งจอก เป็นภาระของข้าพระองค์เอง เว้นข้าพระองค์แล้ว ไม่มีผู้อื่นรบกับมันได้” จากนั้นท่านได้ขึ้นไปบนป้อมที่ประตูเมืองถามว่า “ดูก่อนสัพพทาฐะผู้สหาย ท่านจักทำประการใดจึงจะชิงราชสมบัตินี้ได้” สัพพทาฐะตอบว่า “เราจะให้ราชสีห์เปล่งสีหนาททำให้มหาชนสะดุ้งตกใจกลัว แล้วจักยึดเอาราชสมบัติ” พระโพธิสัตว์เห็นอุบายที่จะแก้ไข ท่านรีบแล้วลงจากป้อมให้เที่ยวตีกลองประกาศให้ชาวเมืองทุกคนเอาแป้งถั่วพันสำลีแล้วอุดหูทั้งสองข้าง
 
     มหาชนต่างพากันปิดหูของตน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงทั้งหมดด้วย เพื่อไม่ให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงได้ยินเสียงของราชสีห์ จากนั้นพระโพธิสัตว์ได้ขึ้นไปบนป้อมแล้วกล่าวว่า “สัพพทาฐะ ท่านจะทำอย่างไรอีก จึงจะชิงราชสมบัตินี้ได้” สัพพทาฐะตอบว่า “ข้าพเจ้าจะให้ราชสีห์เปล่งสีหนาทให้พวกมนุษย์ และสัตว์เลี้ยงตกใจกลัว ให้ถึงแก่ความตายแล้วจึงจะยึดเอาราชสมบัติ” พระโพธิสัตว์กล่าวว่า “ท่านไม่อาจให้ราชสีห์เปล่งสีหนาทได้ เพราะพญาไกรสรสีหราช มีเท้าหน้าเท้าหลังแดงงาม สมบูรณ์ด้วยชาติ จักไม่ยอมทำตามคำสั่งของสุนัขจิ้งจอกอย่างท่าน”
 
     สุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์ดื้อด้านอวดดีจึงกล่าวว่า “เรานั่งอยู่บนหลังราชสีห์ตัวใด จักให้ตัวนั้นแหละแผดเสียง” พระโพธิสัตว์กล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้น จงให้แผดเสียงเถิด ถ้าท่านสามารถทำได้” สุนัขจิ้งจอกจึงให้สัญญาณด้วยการสะกิดราชสีห์ตัวที่ตนนั่งอยู่พลางกล่าวว่า “เจ้าจงแผดเสียง” ราชสีห์จึงบันลือสีหนาทขึ้น ๓ ครั้งบนกะพองช้าง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวทำให้ช้างต่างพากันสะดุ้งตกใจกลัว รีบสลัดสุนัขจิ้งจอกให้ตกไปที่โคนเท้า และใช้เท้าเหยียบหัวสุนัขจิ้งจอกจนแหลกละเอียด ทำให้สุนัขจิ้งจอกถึงแก่ความตายทันที พวกช้างต่างพากันวิ่งหนีกันชุละมุนวุ่นวาย เอางาแทงกันตายมากมายในที่นั้นเอง
 
     สัตว์ ๔ เท้าทั้งหมดที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นสุกร กระต่าย เป็นต้น ยกเว้นราชสีห์ทั้งหมดที่ได้วิ่งหนีเข้าป่าไปแล้ว พากันถึงแก่ความตาย กองเนื้อสัตว์เกลื่อนไปถึง ๑๒ โยชน์ พระโพธิสัตว์ลงจากป้อมแล้วให้เปิดประตูเมือง และให้ตีกลองเที่ยวประกาศไปทั่วเมืองให้ชาวเมืองเอาแป้งที่อุดหูของตนออก ส่วนผู้ใดที่ต้องการเนื้อก็จงไปเก็บเอามาทำเป็นอาหาร มนุษย์ทั้งหลายได้บริโภคเนื้อสด ที่เหลือก็ตากทำเป็นเนื้อแห้ง เนื้อแห้งจึงได้เกิดขึ้นในครั้งนั้นนั่นเอง
 
     ครั้นพระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มากล่าวแล้วจึงตรัสว่า “สุนัขจิ้งจอกที่มากด้วยทิฐิมานะ มีความต้องการด้วยบริวาร ได้บรรลุถึงสมบัติใหญ่ ได้เป็นราชาแห่งสัตว์มีเขี้ยวงาทั้งปวง ฉันใด ในหมู่มนุษย์ผู้ใดมีบริวารมาก ผู้นั้นชื่อว่าเป็นใหญ่ในบริวารเหล่านั้น ดุจสุนัขจิ้งจอกได้เป็นใหญ่กว่าสัตว์มีเขี้ยวงาฉันนั้น แต่ถ้าตั้งอยู่ในความประมาท ก็ย่อมถึงความพินาศ เพราะบริวารนั้นเอง” แล้วทรงประชุมชาดกว่า “สุนัขจิ้งจอกในครั้งนั้นได้เป็นเทวทัตในครั้งนี้ พระราชาได้เป็นสารีบุตร ส่วนปุโรหิตคือเราตถาคต”
 
     เราจะเห็นว่า บุคคลถ้าเป็นผู้นำแล้ว หากไม่มีปัญญา และไม่ใช้ตำแหน่งอำนาจหน้าที่ในการทำความดีเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม อำนาจหน้าที่นั้นก็ไม่มีความหมาย ยิ่งถ้านำไปใช้ในทางที่ไม่ดีแล้ว มีแต่จะนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเองและหมู่คณะ อันที่จริง หากคนเราจะแสวงหาความเป็นใหญ่ที่แท้จริง ไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน หาได้ที่ใจของเราเอง ด้วยการหมั่นทำความดี มีการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ให้มีธรรมะอยู่ในใจ ใจของเราย่อมจะยิ่งใหญ่ด้วยธรรม และมีพลังใจที่เข้มแข็ง กล้าเผชิญหน้ากับอุปสรรคทุกอย่าง และจะได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง เรามาเป็นใหญ่ด้วยธรรมความดี ด้วยบุญบารมีกันดีกว่า จะเป็นความยิ่งใหญ่ที่มั่นคงถาวร ฉะนั้นให้เริ่มทำความดี ด้วยการทำใจของเราให้หยุดนิ่ง มีจิตประกอบด้วยเมตตาปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ไปทั่วโลกทั่วจักรวาลกันทุกคน

 
พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี

นามเดิม พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  
 
* มก. เล่ม ๕๗ หน้า ๔๗๔
 
 

     
Tag : ให้ทาน  เทศนา  สาธุ  พระโพธิสัตว์  พระราชภาวนาวิสุทธิ์  ปัญญา  บุญ  บารมี  บริวาร  ธรรมเทศนา  ธรรมะ  ทุกข์  ชาดก  dhamma  

พิมพ์บทความนี้







   ค้นหา บทความธรรม    

  ฝันในฝันวิทยา
  สารพันธรรมะ
  ปกิณกธรรม
  ผลการปฏิบัติธรรม
  โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
  ธรรมะบันเทิง
  ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวบุญฝากประกาศ
  DMC NEWS
  ข่าวรอบโลก
  กิจกรรมเว็บ dmc.tv
  Scoop - Review DMC
  เรื่องเด่นทันเหตุการณ์
  Review รายการ DMC
  หนังสือธรรมะ
  ธรรมะเพื่อประชาชน
  ที่นี่มีคำตอบ
  หลวงพ่อตอบปัญหา
  อยู่ในบุญ
  สุขภาพนักสร้างบารมี
  นิทานชาดก
  CaseStudy กฎแห่งกรรม
  กฎแห่งกรรม
  เรื่องราวชีวิต
  เหลือเชื่อแต่จริง
  อุทาหรณ์สอนใจ
  ฮอตฮิต...ติดดาว
  วิบากกรรม...ทำให้ทุกข์
  บุญเกื้อหนุน
  ปรโลกนิวส์
  ธรรมะและสมาธิ
  พุทธประวัติ
  สมาธิ
  ผลการปฏิบัติธรรมนานาชาติ
  ทศชาติชาดก
  พุทธประวัติและวันสำคัญ
  บทสวดมนต์
  ศัพท์ธรรมะ ภาษาอังกฤษ
  มหาปูชนียาจารย์
  อานุภาพมหาปูชนียาจารย์
  ประวัติ
  กิจกรรม
  ธุดงค์สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์
  About DMC
  เกี่ยวกับ DMC
  DMC GUIDE
  มือถือ Mobile
  คู่มือเว็บ www.dmc.tv
  มาวัดพระธรรมกาย
   ค้นหา บทความธรรม    

พระศรีอริยเมตไตรย์
พระศรีอริยเมตไตรย์

พุทธประวัติ
ภาพพุทธประวัติ


ธรรมะเพื่อประชาชน

ดอกไม้บาน

ทอดผ้าป่าเขาแก้วเสด็จทุกวันเสาร์

Peace Photo
ภาพแห่งการสร้างบารมีเพื่อสันติภาพโลก

Meditation and Peace

อยู่ในบุญ

ปฏิทินบุญ

Free Wallpaper Download

Free Ecards

ตักบาตร